รูปภาพ

ต้องรู้ ! ดื่มน้ำแก้วเดียวกัน เสี่ยงติด 12 โรคติดต่อ

by


Last updated 2 กรกฎาคม 2562

                    😲สาวๆ หนุ่มๆ คนทุกวัย 'ต้องรู้ ! ดื่มน้ำแก้วเดียวกัน เสี่ยงติด 12 โรคติดต่อ' การดื่มน้ำในชีวิตประจำวันถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะน้ำเป็นปัจจัยหลักของร่างกาย🥤 หากร่างกายของเราขาดน้ำก็จะทำให้สุขภาพแย่ลง แต่ ! การดื่มน้ำแก้วเดียวกันหรือหลอดเดียวกันนั้นทำให้เสี่ยงติดโรคติดต่อนะ ! สนิทกันแค่ไหนก็ระวังไว้ก่อนจะดีกว่า เพราะเชื้อโรคจะติดอยู่ที่ปลายหลอดที่เราดูดหรือขอบแก้วที่เราดื่มนั่นเอง 12 โรคติดต่อที่แอดบอกก่อนหน้านี้มีอะไรบ้าง ไปดูกันดีกว่า👉

 

ต้องรู้ ! ดื่มน้ำแก้วเดียวกัน เสี่ยงติด 12 โรคติดต่อ

 

กันไว้ดีกว่านะ ! ไม่ว่าจะสนิทกันแค่ไหน เราก็ไม่ควรดื่มน้ำแก้วเดียวกันหรือใช้หลอดร่วมกัน แม้แต่การใช้ช้อนส้อมก็ด้วย เพราะการที่ใช้แก้วร่วมกันนั้นจะทำให้เชื้อโรคของแต่ละคนติดต่อกัน 🥤

                  

โรคไข้หวัด

 

ดื่มน้ำแก้วเดียวกันเสี่ยงติดโรค

 

📣 อาการ 

อาจมีไข้ หรือไม่มีก็เป็นไปได้ จะมีอาการเจ็บคอ น้ำมูกไหล คัดจมูก หายใจไม่ค่อยสะดวก ไอ และจาม มีเสียงแหบขึ้น เริ่มรู้สึกอ่อนเพลีย และไม่ค่อยสบายตัว

ติดต่อได้โดย

ผ่านทางน้ำมูก น้ำลาย ผ่านทางการหายใจ ไอ จามใส่กัน หรือเชื้อกระจายอยู่รอบๆ 

👉 วิธีป้องกัน

พักผ่อนมาก ๆ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย

 

โรคคอตีบ

 

ดื่มน้ำแก้วเดียวกันเสี่ยงติดโรค

 

📣 อาการ 

อาการจะเกิดขึ้น 2-5 วันหลังจากได้รับเชื้อ มีอาการคล้ายเป็นไข้หวัดธรรมดา แต่จะเป็นแผลและมีเยื่อบุสีเทาเกิดขึ้นที่ในลำคอและบริเวณต่อมทอนซิล ในบางรายอาจมีตุ่มขึ้นตามบริเวณร่างกาย บางรายเกิดการอุดตันของทางเดินหายใจ ส่วนบนกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ทำให้เสียชีวิตได้

ติดต่อได้โดย

ผ่านทางน้ำมูก น้ำลาย ผ่านทางการหายใจ ไอ จามใส่กัน หรือรับเชื้อที่แพร่อยู่ในอากาศ

👉 วิธีป้องกัน

เมื่อได้รับเชื้อต้องรีบหาหมอทันที เพื่อที่จะได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อช่วยป้องกันการพัฒนาของโรค วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ ฉีดวัคซีนโรคคอตีบ

 
 

เริมที่ปาก

ดื่มน้ำแก้วเดียวกันเสี่ยงติดโรค

 

📣 อาการ 

จะมีตุ่มน้ำใสบริเวณที่ติดเชื้อ มีอาการเจ็บปวด แสบที่บริเวณแผล หากติดเชื้อครั้งแรกอาการจะค่อนข้างรุนแรงและหายช้า แต่ถ้าหากเคยติดเชื้อแล้วอาการจะไม่รุนแรงและหายเร็วกว่า

ติดต่อได้โดย

ผ่านทางการดื่มน้ำ หรือกินอาหารร่วมกัน

👉 วิธีป้องกัน

หลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการติดเชื้อทุกชนิด ทั้งดื่มน้ำกินข้าวร่วมกัน หรือใช้ของร่วมกัน การหอมแก้ม การจูบ รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้เชื้อเข้ามาโจมตีร่างกายเราได้

 

ไอกรน

 

ดื่มน้ำแก้วเดียวกันเสี่ยงติดโรค

 

📣 อาการ 

ในช่วงแรก ๆ ที่ได้รับเชื้อ จะมีอาการคล้ายกับเป็นหวัดหลังจากนั้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ อาการจะเริ่มชัดขึ้น มีเสมหะเหนียวข้นอยู่ในคอ ไอถี่และไอนาน หายใจลึกมีเสียงดัง ไปจนมีเลือดออกที่ตาขาวได้

ติดต่อได้โดย

ผ่านทางน้ำมูก น้ำลาย ผ่านทางการหายใจ ไอ จามใส่กัน หรือรับเชื้อที่แพร่อยู่ในอากาศ

👉 วิธีป้องกัน

ฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน โดยส่วนใหญ่หมอฉีดจะครอบคลุมไปยันคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ทำให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อสร้างภูมิต้านทางที่แข็งแรงขึ้น และรักษาความสะอาดร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

 

โรคคางทูม

 

ดื่มน้ำแก้วเดียวกันเสี่ยงติดโรค

 

📣 อาการ 

ต่อมน้ำลายบริเวณข้างหูเจ็บและบวมขึ้นมา จะเริ่มมีไข้สูง ปากแห้ง เบื่ออาหาร ปวดศีรษะ ปวดตามข้อ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เหนื่อยล้า และมีอาการอ่อนเพลีย อาจเกิดโรคแทรกซ้อนอย่าง เยื่อหุ้มสมองอักเสบได้ ซึ่งส่วนใหญ่มราเป็นยังไม่รุนแรงมาก

ติดต่อได้โดย

ผ่านทางน้ำมูก น้ำลาย การกินอาหาร หรือดื่มน้ำร่วมกัน

👉 วิธีป้องกัน

สามารถรับวัคซีนเพื่อป้องกันคางทูมได้ ล้างมือให้สะอาดด้วยการฟอกสบู่ ใช้ทิชชู่ปิดปากเวลาไอหรือจามและทิ้งลงในถังขยะให้เรียบร้อย เมื่อเริ่มสังเกตได้ว่ามีอาการของโรคคางทูม ควรหยุดอยู่ที่บ้านอย่างน้อย 5 วัน เพื่อลดการแพร่กระจายของโรคคางทูม

 

โรคหัด

 

ดื่มน้ำแก้วเดียวกันเสี่ยงติดโรค

 

📣 อาการ 

โรคหัดจะเริ่มด้วยอาการคล้ายกับหวัด อาการแรกเริ่มของโรคหัดที่จะเริ่มขึ้นประมาณ 10 วันหลังติดเชื้อ จะมีอาการคล้ายหวัด ตาแดง ไข้สูง เบื่ออาหาร เกิดจุดขาวในกระพุ้งแก้ม

ติดต่อได้โดย

ติดต่อผ่านทางน้ำมูก น้ำลาย ลมหายใจ การไอ-จาม โดยเชื้อจะแพร่กระจายอยู่ในอากาศ

👉 วิธีป้องกัน
กลุ่มเด็กแรกเกิด – 4 ปี ให้นำบุตรหลานไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเด็กอายุ 9-12 เดือน และครั้งที่ 2 เมื่อเด็กอายุ 2 ปีครึ่ง

 

โรคหัดเยอรมัน

 

ดื่มน้ำแก้วเดียวกันเสี่ยงติดโรค

 

📣 อาการ 

หลังจากได้รับเชื้อ 1-2 วัน จะเริ่มมีไข้ต่ำถึงปานกลาง มีตุ่มนูน ผื่นแดงหรือสีชมพูขึ้นที่ใบหน้าก่อนจะลามลงมาตามผิวหนังส่วนอื่น ๆ บางรายอาจมีอาการคันตามผิวหนัง มีอาการปวดหัว เบื่ออาหาร เยื่อบุตาอักเสบจนทำให้ตาแดง คัดจมูก น้ำมูกไหล ต่อมน้ำเหลืองตามร่างกายมีอาการบวม ปวดข้อ และข้อต่อบวม

ติดต่อได้โดย

ติดต่อผ่านทางน้ำมูก น้ำลาย ลมหายใจ การไอ-จาม
ในเด็ก เชื้อจะอยู่ในคอ เมื่อขับถ่ายออกมา เชื้อจะอยู่ได้นานถึง 1 ปี

👉 วิธีป้องกัน

การฉีดวัคซีน ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป และฉีดเข็มที่สองเมื่ออายุ 4 – 6 ปี ส่วนใหญ่อยู่ในวัคซีนรวมหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน

 

เชื้ออีโบลา

 

ดื่มน้ำแก้วเดียวกันเสี่ยงติดโรค

 

📣 อาการ 

อาการช่วงแรกของการติดเชื้อจะคล้ายกับไข้หวัดทั่วไป หลังจากวันที่ 2 ไปจนถึงวันที่ 21 จะเริ่มมีไข้สูง เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดข้อต่อและกล้ามเนื้อ ร่างกายอ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างรุนแรง เบื่ออาหาร ปวดท้อง

ติดต่อได้โดย

ผ่านทางการสัมผัส เลือด น้ำมูก น้ำลาย ของใช้ของคนป่วย หรือสัตว์ที่ป่วย

👉 วิธีป้องกัน

ตอนนี้ยังไม่มีวัคซีนที่ใช้ป้องกันไวรัสอีโบลาได้ ทางป้องกันที่ดีที่สุด คือการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจทำให้ติดเชื้อ เช่น หลีกเลี่ยงการไปท่องเที่ยวในประเทศที่พบว่ามีการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา การล้างมือบ่อย ๆ โดยใช้สบู่ล้างมือ หรือใช้เจลล้างมือฆ่าเชื้อที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์อย่างน้อย 60 เปอร์เซ็นต์ ไม่กินเนื้อสัตว์ที่อาจมีเชื้อปนเปื้อน หลีกเลี่ยงการซื้อหรือรับประทานสัตว์ป่า หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับของเหลวต่าง ๆ ที่ร่างกายของผู้ป่วย รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง และพักผ่อนให้เพียงพอ

 

โรคไข้หวัดใหญ่

 

ดื่มน้ำแก้วเดียวกันเสี่ยงติดโรค

 

📣 อาการ 

มีไข้สูง และมีอาการรุนแรงกว่าไข้หวัด มักมีอาการร่วมกับการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ และอ่อนเพลีย
ต้องการพักผ่อนมากกว่าปกติ ซึ่งต้องรีบไปหาหมอด่วน!

ติดต่อได้โดย

ผ่านทางน้ำมูก น้ำลาย ลมหายใจ การไอ-จามใส่กัน หรือเชื้อที่แพร่กระจายอยู่ในอากาศ

👉 วิธีป้องกัน

ในปัจจุบันมีวัคซีนสำหรับฉีดป้องกันไวรัสที่สามารถฉีดได้ปีละครั้ง แต่ไม่สามารถป้องกันไวรัสได้ทุกชนิด รวมถึงมียาต้านไวรัส แนะนำให้สร้างสุขภาพร่างกาย ให้แข็งแรง และสะอาดอยูเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงในการป่วยไข้หวัดใหญ่

 

โรคซาร์ส

 

ดื่มน้ำแก้วเดียวกันเสี่ยงติดโรค

 

📣 อาการ 

อาการจะเริ่มออกหลังจากได้รับเชื้อแล้วประมาณ 2-7 วัน บางรายอาจถึง 10 วัน ช่วงแรกจะมีอาการคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ และมีไข้สูง ปวดศีรษะ อ่อนเพลียมากปวดเมื่อยตามร่างกาย เบื่ออาหาร ท้องเสีย มีการไอแห้ง เจ็บคอ หายใจลำบาก 

ติดต่อได้โดย

ผ่านทางน้ำมูก น้ำลาย ลมหายใจ การไอ-จาม ใส่กัน และเชื้อที่แพร่กระจายอยู่ภายในอากาศ

👉 วิธีป้องกัน

เลี่ยงเดินทางไปประเทศเขตโรคระบาด เลี่ยงไม่คลุกคลีกับผู้ป่วยที่มีอาการของโลก และรักษาสุขภาพดีอยู่เสมอ

 
 

โรคมือเท้าปาก

 

ดื่มน้ำแก้วเดียวกันเสี่ยงติดโรค

 

📣 อาการ 

หลังจากได้รับเชื้อ จะเริ่มมีไข้สูง เจ็บคอ เบื่ออาหาร ปวดท้อง และอ่อนเพลีย หลังจากนั้นจะเริ่มมีตุ่ม ผื่น หรือแผลอักเสบมีหนองที่ผิวหนังบริเวณมือ ฝ่ามือ เท้า ฝ่าเท้า และบริเวณปากทั้งภายนอกและภายในตามมา

ติดต่อได้โดย

ผ่านทางเชื้อที่มือ น้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มแผล หรืออุจจาระ รับเชื่อผ่านทางลมหายใจ การไอ-จาม ใส่กัน

👉 วิธีป้องกัน

ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่สามารถป้องกันได้โดยการรักษาสุขอนามัย ทำให้ร่างกายแข็งแรง และพักผ่อนให้เพียงพอ

 

ไวรัสตับอักเสบ A และ E

 

ดื่มน้ำแก้วเดียวกันเสี่ยงติดโรค

 

📣 อาการ 

มีอาการตั้งแต่ป่วยเล็กน้อยไปจนถึงขั้นรุนแรง มีไข้อ่อน ๆ รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ไม่สบาย ปวดหัว ไอ เจ็บคอ เบื่ออาหาร ท้องผูก หรือท้องร่วง ปวดบริเวณท้องขวาบน ปวดตามกล้ามเนื้อและข้อ อาจมีผื่นลมพิษมีผดผื่นคัน ปล่อยไว้นาน ๆ จะเริ่มคันตามผิวหนัง มีภาวะดีซ่าน ปัสสาวะมีสีเข้ม อุจจาระมีสีอ่อน บริเวณท้องด้านบนขวาบวม และเจ็บปวด ง่วงซึม สับสน ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่าย มีปัญหาเกี่ยวกับความจำและการตั้งสมาธิ มีจ้ำเลือด มีเลือดออกง่าย 

ติดต่อได้โดย

ผ่านทางน้ำมูก น้ำลาย สารคัดหลั่งที่ปนเปื้อนในอากาศ อาหาร น้ำ และของใช้ต่าง ๆ 

👉 วิธีป้องกัน

ฉีดวัคซีน ดื่มน้ำให้สะอาด รับประทานอาหารสะอาดและปรุงสุก ใช้ช้อนกลางเมื่อรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น ล้างมือให้สะอาดหลังสัมผัสสิ่งสกปรก หลีกเลี่ยงการสัมผัสของเสียจากผู้ติดเชื้อ รักษาสภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ

 

                   แต่ละโรคมีตั้งแต่ระดับน้อยๆไปจนถึงระดับมากเลย😮 รู้อย่างนี้แล้วก็อย่ามัวชะล่าใจคิดว่าไม่เป็นอะไรหรอก การติดต่อของโรคติดได้ทุกเมื่อซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นตอนไหน ฉะนั้นแอดอยากให้ทุกคนระวังไว้ด้วย อย่าดื่มน้ำแก้วเดียวกัน🥤 หรือดูดน้ำต่อกัน แม้แต่การกินก็ไม่ควรใช้ช้อนส้อมร่วมกันนะ แอดเป็นห่วงงง💗

0