รูปภาพ

How to จองตั๋วรถไฟ (แบบง่าย) หลากหลายวิธี อ่านที่เดียวจบ!

by


Last updated 17 ธันวาคม 2562

        วิธี จองตั๋วรถไฟ 🚂 และการเดินทางโดยรถไฟ เป็นที่นิยมไม่น้อยสำหรับนักท่องเที่ยว นักเดินทาง หรือใครที่ต้องการกลับบ้านในช่วงวันหยุดยาว เพราะการเดินทางโดยรถไฟ มีราคาที่สามารถจับต้องได้ 💸 ปัจจุบันนี้มีผู้คนไม่น้อยเลยที่ใช้บริการระบบขนส่งทางราง ซึ่งก็ไม่ใช่แค่ประเทศไทยเราเท่านั้นที่นิยมเดินทางโดยรถไฟ การเดินทางด้วยรถไฟนั้นเป็นที่นิยมกันทั่วโลกครับ เพราะรถไฟสามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบ และยังปลอดภัยอีกด้วย ที่สำคัญยังไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

          หากจะให้พูดถึงประโยชน์ของการขนส่งของระบบรางรถไฟก็คงจะยาว เชื่อว่าหลาย ๆคนคงจะทราบกันเป็นอย่างดีแล้วนะครับ แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่อยากจะนำเสนอเพิ่มเติม คือ วิธีการจองตั๋วรถไฟ ครับ แน่นอนครับว่า หากใครที่ไม่ค่อยได้ขึ้นรถไฟบ่อย ๆ ก็อาจจะสับสนกับขั้นตอนจนทำให้บางทีไม่กล้าขึ้นรถไฟเพราะซื้อตั๋วไม่เป็น ดังนั้นเรามาดูวิธีการจองตั๋วกันเลยดีกว่าครับ

 

วิธีจองตั๋วรถไฟ จองที่ไหน จองออนไลน์ จองยังไงมาดูกัน ❗

 

สถานที่จองตั๋วรถไฟ 🚂

1. สถานีรถไฟ 🏫

นี่เป็นขั้นตอนง่าย ๆเลยครับ ไม่ว่าจะเดินทางไปที่จังหวัดใด ทุก ๆสถานีทั่วประเทศจะมีจุดจำหน่ายตั๋วรถไฟบริการอยู่ครับ ซึ่งเมื่อเราเดินทางไปถึง ณ สถานีนั้น ๆ ก็ให้เดินตามป้ายบอกทางเพื่อไปซื้อตั๋ว โดยปกติแล้วช่องจำหน่ายตั๋ว ( Tickets ) จะอยู่ใกล้ ๆกับบริเวณทางขึ้นรถไฟครับ

 

การจองตั๋วที่สถานีรถไฟ
การจองตั๋วรถไฟที่สถานี

 

          วิธีการจอง ก็ให้เดินเข้าไปแจ้งกับพนักงานเลยครับว่า ต้องการจะเดินไปจากที่ใดไปยังที่ไหนด้วยขบวนรถไฟประเภทไหน ต้องการเดินทางวันไหน กี่โมงและกี่ที่นั่งครับ (สามารถดูได้จากป้ายตารางเวลารถไฟที่สถานี ) ถ้ารอบนั้นเต็มแล้วคุณอาจจะได้ไปรอบอื่น หรือ ถ้ามีที่ว่างก็สามารถเดินทางไปในรอบนั้นได้ครับ  

 

       จากนั้นทางพนักงานขายตั๋วรถไฟจะขอดูบัตรประชาชนของคุณและคนที่เดินทางร่วมด้วยเพื่อนำไปกรอกแล้วออกตั๋วให้กับคุณ แล้วก็จะแจ้งจำนวนราคาตั๋วรถไฟที่ต้องชำระครับ เมื่อชำระเรียบร้อยแล้วก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนครับ

 

2. โทรจองผ่าน Call center  หรือ ตัวแทนจำหน่าย 📞

วิธีที่ 2 ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ นักท่องเที่ยวสามารถโทรไปยังเบอร์ 1690 สายด่วน การรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อจองตั๋วได้เลยครับ หรือจะโทรไปยังตัวแทนจำหน่ายตั๋วก็ได้เช่นกัน  สามารถโทรได้ทั้งวันทั้งคืนตลอด 24 ชม. แต่ทั้งนี้ก็ต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย  5 วันนะครับ เมื่อโทรไปแล้วจะเจ้าหน้าที่คอยดำเนินขั้นตอนการจองให้เลยครับไม่ต้องกังวล

 

         แต่เมื่อจองตั๋วแล้วไม่ใช่จะรอขึ้นรถไฟในวันเดินทางได้นะครับ คุณจะต้องทำการไปรับตั๋วเสียก่อนพร้อมกับจ่ายเงินชำระค่าตั๋ว ณ สถานที่รับตั๋วครับ สำหรับสถานีรถไฟที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปรับตั๋วได้นั้นสามารถดูได้จากข้อมูลการจำหน่ายตั๋วรถไฟแห่งประเทศไทยครับ

 

3. จองผ่านอินเทอร์เน็ต 💻

         สำหรับวิธีการจองผ่านอินเทอร์เน็ตนี้นับว่าเป็นช่องทางการจองตั๋วแบบใหม่ที่พึ่งเปิด บริการมาได้ไม่นาน แต่ก็ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวอย่างดีเยี่ยม อย่างว่าครับยุคนี้เป็นยุคที่ เทคโนโลยีก้าวไกลล้ำสมัย อีกทั้งเดี๋ยวนี้คนก็ใช้รถไฟกันมาก ทางการรถไฟจึงใช้ประโยชน์จากช่องทางนี้มา สร้างเว็บไซต์ออนไลน์ให้นักท่องเที่ยวสามารถจองผ่านมือถือและคอมพิวเตอร์ได้ครับ นอกจากจะเป็นวิธีการจองช่องทางหนึ่งแล้ว ยังสามารถทราบราคาตั๋วรถไฟล่วงหน้าได้อีกด้วย

 

การจองตั๋วรถไฟผ่านอินเทอร์เน็ต
การจองตั๋วผ่านอินเทอร์เน็ต

 

         เริ่มแรกเลยครับให้นักท่องเที่ยวเปิดหน้า Google ขั้นมาแล้วป้อนคำว่า  “thairailwayticket” ลงไปครับซึ่งเป็นเว็บของการรถไฟแห่งประเทศไทยนั่นเอง  จากนั้นก็คลิกเข้าที่เว็บอันแรกเลยครับ หรือหากจะให้ง่ายขึ้นก็ตามนี้ได้เลย https://www.thairailwayticket.com/eTSRT/ 

 

        หน้าต่างเว็บไซต์ของการรถไฟแห่งประเทศไทยก็จะเป็นตามรูปภาพด้านบนเลยนะครับ  แต่ก่อนอื่นใดนั้น หากใครที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกจะทำต้องดำเนินการลงทะเบียนสมัครสมาชิกเป็นก่อนครับ เพื่อที่จะได้มี User กับ Password ใช้ในการเข้าสู่ระบบครับ และวิธีการสมัครสมาชิกสามารถทำได้โดยดังนี้

- คลิกที่คำว่า สมัครสมาชิก

 

- ให้นักท่องเที่ยวเลื่อนลงมาอ่านเงื่อนไขข้อตกลงในการใช้บริการและอ่านคู่มือการจองตั๋ว

 

- ให้นักท่องเที่ยวกรอกข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆนา ๆ อาทิ ชื่อ นามสกุล ประเทศ  เลขบัตรประจำตัวประชาชน ที่อยู่ เพศ อีเมล์และรหัสผ่าน เป็นต้น กรอกให้ถูกต้องและครบทุกช่องนะครับ รหัสผ่านตั้งแล้วก็ควรจำให้ดี มิฉะนั้นอาจมีปัญหาในภายหลัง

 

- คลิกคำว่า “ตกลง” เพื่อยืนยันการสมัครสมาชิก

 

วิธีการจองตั๋วรถไฟออนไลน์ 💻

วิธีการจองตั๋วรถไฟออนไลน์
ขั้นตอนการจอง

 

1. กดเข้าสู่ระบบ ใส่อีเมล์และพาสเวิร์ด จากนั้นกดลงชื่อเข้าใช้งาน

 

2. ให้นักท่องเที่ยวทำการเลือกต้นทางและปลายทางที่ต้องการจะไป พร้อมกับเลือกวันที่ และจำนวนที่นั่ง เมื่อใส่ครบเรียบร้อยแล้ว ให้กดคลิกที่คำว่า “ ค้นหาขบวนรถ

 

3. จากนั้นหน้าต่างเว็บไซต์ก็จะปรากฏดังภาพนี้ครับ

โดยจะแสดงข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ เช่น เวลาการออก ขบวนรถไฟ ประเภท เวลาถึง เป็นต้น และถ้าคุณอยากจะไปที่รอบใดก็ให้คลิกเลือกคู่ที่ช่องสี่เหลี่ยมเขียว ๆทางขวามือครับ

 

4. เมื่อกดเข้าไปแล้วก็จะมีรายละเอียดบอกอย่างเสร็จสับ  โดยคุณสามารถเลือกจองในแบบที่ตนเองต้องการได้เลยครับ สามารถเลือกได้ทั้งตู้โดยสารแบบนอนและแบบนั่ง หรือ จะแบบเตียงบนเตียงล่างก็ได้ทั้งนั้น เมื่อเลือกแล้วก็ให้คลิกที่คำว่า “ที่นั่งว่าง”

 

5. ให้คุณเลือกว่าต้องการจะเลือกที่นั่งเอง หรือ เลือกที่นั่งอัตโนมัติ ต้องการแบบใดก็คลิกแบบนั้น หากเลือกเองคุณก็จะได้พบกับผังที่นั่งตามประเภทที่คุณเลือกไว้ ต้องการจะนั่งนอนตรงไหนก็คลิกที่สัญลักษณ์เลยครับ จากนั้นก็คลิกยืนยันการเลือกที่นั่ง

 

ขั้นตอนการชำระเงิน
ขั้นตอนการชำระเงิน

 

6. ขั้นตอนต่อมา ทางระบบก็จะสรุปข้อมูลการชำระเงินให้กับท่านในรูปแบบตารางขึ้นมาครับ ซึ่งก็จะมีชื่อ นามสกุล ลำดับคันรถไฟ ประเภทที่นั่ง และค่าโดยสารทั้งหมดบอกไว้อย่างชัดเจนครับ ในการชำระเงินนั้นก็สามารถชำระผ่านช่องทางบัตรเครดิต หรือ บัตรเดบิตก็ได้ครับ

 

7. ให้คลิกที่ชำระเงินครับ จากนั้นระบบก็จะแจ้งกับเราว่า “กรุณาทำการชำระเงินให้เสร็จสิ้นภายใน 10 นาที”

 ** ในกรณีนี้ขอแนะนำว่า  หากสะดวกก็ให้ชำระเงินเลยทันทีนะครับ เพราะมิฉะนั้นอาจต้องกลับไปทำการจองตั๋วรถไฟออนไลน์ใหม่อีกครั้ง  แต่ถ้าพร้อมแล้วก็ให้กดยืนยันการชำระเงินได้เลยครับ

 

การพิมพ์ตั๋ว
การพิมพ์ตั๋วและการยกเลิกตัว

 

การยกเลิกตั๋วออนไลน์
การยกเลิกตั๋ว

 

8. ขั้นตอนสุดท้ายนี้ คุณจะต้องกรอกข้อมูลของบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตของคุณให้เรียบร้อย จากนั้นให้กด “Submit”  ก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการชำระเงินครับ และที่สำคัญคุณจะต้องทำการปริ้นท์สลิปการจองตั๋วรถไฟออนไลน์ออกมาเพื่อเก็บเอาไว้ไปใช้ถือขึ้นรถไฟนั่นเองครับ

 

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการจองตั๋วรถไฟ 📚

- การจองตั๋วผ่านคอลเซ็นเตอร์ใน 1 ครั้ง นักท่องเที่ยวจะไม่สามารถจองได้มากกว่า 10 ที่นั่ง และเมื่อโทรจองแล้วก็ควรที่จะเดินทางไปรับตั๋วในวันถัดไปไม่เกิน 4 ทุ่ม มิฉะนั้นการจองของคุณจะเป็นโมฆะในทันที

 

- ไม่ว่าคุณจะทำการจองด้วยแบบใด หลังจากซื้อมาแล้วก็ควรที่จะตรวจสอบข้อมูลที่จำเป็นให้ดี เช่น วันที่ เดือน ปี ขบวนรถไฟ ต้นทาง ปลายทาง เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางของคุณ เพราะหากข้อมูลส่วนใดผิดพลาดไปแม้แต่นิดเดียวคุณทางเจ้าหน้าที่จะไม่รับผิดชอบในกรณีใด ๆทั้งสิ้น ยกเว้นแต่คุณได้ทำการแจ้งถึงข้อผิดพลาดเหล่านั้นไว้ก่อนหน้าแล้ว

 

         สุดท้ายนี้ทางผู้เขียนเองหวังเป็นอย่างยิ่งเลยว่า ข้อมูลและวิธีการจองตั๋วรถไฟที่ได้กล่าวมาทั้งหมดจะสามารถเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ชอบเดินทางและผู้ที่ยังไม่เคยขึ้นรถไฟได้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นการจองตั๋วรถไฟสายใต้ หรืออยากจองตั๋วรถไฟตู้นอน อย่างไรก็ดี หากมีเวลาว่างก็ลองไปนั่งกันดูนะครับ เพราะอันที่จริงแล้ว การเดินทางโดยสารด้วยรถไฟไม่ได้สร้างความสะดวกสบายให้เราเพียงอย่างเดียว มีหลายสิ่งหลายอย่างมากมายที่คุณจะได้รับจากการนั่งรถไฟ แต่ทว่าจะมีอะไรบ้างนั้น เพื่อน ๆคงต้องไปสัมผัสด้วยตัวเองแล้วครับ

0