Jr Pass

เที่ยวญี่ปุ่นด้วย บัตร JR Pass คืออะไร ซื้อที่ไหน ใช้ยังไง?

by


Last updated 23 เมษายน 2562

       ในการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อได้ไปเยือน เชื่อว่าหลายคนคงปวดหัวกับการเดินทางในประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะการเดินทางโดยรถไฟ เพราะมีเส้นทางรถไฟแยกสายย่อยเต็มไปหมด ข้อดีของการรถไฟประเทศญี่ปุ่นใช้ระบบ Japan Railways (JR) ที่เชื่อมทางรถไฟเมืองต่างๆทั่วประเทศเข้าด้วยกัน โดยใช้บัตร JR Pass (เจอาร์ พาส) ใบเดียวจบ! ก็สามารถไปเที่ยวได้ทั่วประเทศญี่ปุ่นเลย 💟

        ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งที่สวยงามเป็นธรรมชาติ เช่น ภูเขาฟูจิ  เกาะฮอกไกโด หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นประวัติศาสตร์สะท้อนวัฒนธรรมที่งดงามของชาวอาทิตย์อุทัยเช่น พระราชวังอิมพีเรียล ปราสาทฮิเมะจิ หมู่บ้านชิราคาวาโกะ รวมถึงแหล่งช็อปปิ้งชื่อดังในย่านชินจุกุ  หรือเมืองโอซาก้า ศูนย์รวมทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับคนไทยที่ใฝ่ฝันที่จะได้ไปเยือนสักครั้งในชีวิต 

 

🎫 เที่ยวญี่ปุ่นด้วย บัตร JR Pass คืออะไร ซื้อที่ไหน ใช้ยังไง ❓ 

 

บัตร JR Pass คืออะไร 🎫

 

บัตร JR Pass

 

บัตร JR Pass (Japan Rail Pass) คือ บัตรโดยสารสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางในประเทศญี่ปุ่น โดยบัตรใบนี้ใบเดียวสามารถใช้บริการของรถไฟทั้งขบวนธรรมดาและชินคันเซ็น โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งและยังสามารถทำการจองที่นั่งบนรถไฟได้อีกด้วย

 

บัตรนี้ใช้สำหรับคนต่างชาติเท่านั้น คนญี่ปุ่นไม่สามารถซื้อได้ ชนิดที่ชาวญี่ปุ่นต้องอิจฉาไปตามๆกัน เพราะความคุ้มค่าและความสะดวกสบายในการเดินทางถูกรวบรวมไว้ในบัตรใบเดียว พูดได้เลยว่าใบเดียวเที่ยวได้ทั้งประเทศ

 

บัตรเจอาร์ พาส คือ ตั๋วรถไฟแบบเหมาจ่ายสำหรับการเดินทาง ซึ่งใช้ขึ้นรถไฟ JR ได้ทั่วประเทศญี่ปุ่น ขึ้นรถไฟได้เกือบทุกสายในสังกัด 6 บริษัทรถไฟญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น ชินคันเซ็น รถไฟด่วน รถไฟธรรมดา รวมไปถึงรถบัส และเรือที่อยู่ในเครือ แหมดีจังไม่เหมือนรถไฟไทย บ้านเราเลย ขึ้นรถไฟฟ้า BTS ซื้อบัตร ต่อรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ซื้อเหรียญ จะขึ้นรถไฟไปต่างจังหวัดต้องซื้อตั๋ว นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศคงจะงงกับระบบรถไฟบ้านเรา คนไทยอย่างเรายังสับสนเลย  อันนี้ไม่อยากพูดเยอะ เจ็บใจ เอ้ย!เจ็บคอ

 

บัตร JR Pass ซื้อได้ที่ไหน ? 🎫

 

Exchange JR Pass

 

บัตร JR Pass สามารถซื้อ Online ได้ทั่วโลก นอกจากนี้เรายังสามารถซื้อได้ที่ญี่ปุ่น แต่ราคาจะแพงกว่าถ้าเราซื้อที่นั่น ดังนั้นขอแนะนำให้ซื้อล่วงหน้าจากเมืองไทยได้เลย ผ่านทาง Klook.com

 

ทั้งนี้เพราะ Klook จะมีราคาถูกเมื่อเปรียบเทียบกับเจ้าอื่นๆ แล้วที่ดีสุดคือเราไม่ต้องไปหน้าร้านใดๆทั้งสิ้น แค่กดสั่งซื้อจาก website แล้วรอ Exchange Order มาส่งถึงที่บ้านของเรา

 

จากนั้นเราก็แค่เอา Exchange Order ตัวนี้ไปแลกบัตรฉบับจริงเมื่อเราไปถึงญี่ปุ่น  

 

ขั้นตอนการแลก Exchange Order คือให้เรานำพาสปอร์ตไปที่ Exchange Order ที่ JR Ticket Office เจ้าหน้าที่จะมอบบัตรฉบับจริงให้กับเรา  และเราสามารถเลือกวันเริ่มต้นการใช้บัตรได้ ไม่จำเป็นต้องเริ่มวันที่เราไปแลกบัตร เป็นขั้นตอนที่ง่ายและสะดวกมากเลย

 

บัตร JR Pass ใช้อย่างไร ?🎫

 

JR Pass

 

ข้อแนะนำของการใช้บัตร ไม่สามารถเลือกที่นั่งได้ เมื่อเราไปแลก Exchange Order เราควรจะเลือกจองแบบ Reserved Seat เราจะได้จะมีนั่งสบายๆ ไม่ต้องยืนบนรถไฟหากไม่มีที่นั่ง นอกจากนี้หากอยากเปลี่ยนใจจากรถไฟคันไหน หรือเราไม่สะดวก หรือต้องการเปลี่ยนเที่ยว เราสามารถเปลี่ยนใจได้ โดยเราสามารถแจ้งกับเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟเพื่อยกเลิกหรือเปลี่ยนเที่ยวได้ตลอดเวลา มันดีมากจริงๆ สำหรับการรถไฟไทยเราก็ทำได้เหมือนกัน คือ ทำใจ เพราะจองแล้วจ่ายเงินแล้ว เปลี่ยนไม่ได้ ต้องทำใจขึ้นไปหรือยกเลิกไม่ไปมันซะเลย

 

เมื่อได้รับบัตรเดินทางของจริงแล้วใช้อย่างไร จำไว้ว่า บัตร JR Pass คือบัตรผ่านตลอด  เราควรซื้อบัตรแบบเหมา เพราะบัตร ใบนี้สามารถเพื่อเดินทางข้ามเมืองต่างๆในประเทศญี่ปุ่นได้ หากถ้าเราไม่ซื้อ แบบนี้ จะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก เวลาที่เราใช้การเดินทางหลากหลายรูปแบบในประเทศญี่ปุ่น  พูดง่ายๆก็คือ ถ้าหากเรายิ่งเดินทางด้วยรถไฟของ JR Pass เยอะ เราก็จะยิ่งประหยัดค่าเดินทางได้มาก เพราะมันเป็นแบบเหมาจ่าย เรียกว่า บัตรใบนี้ คือ บัตรที่คนญี่ปุ่นเองต้องอิจฉา เพราะเป็นบัตรที่คุ้มค่ามากจริงๆ

 

        บัตรเจอาร์ พาส สามารถเดินทางรถไฟได้หลายแบบมาก ตั้งแต่ Pass แบบอันที่เดินทางได้ทั่วประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมี บัตร Pass แบบซอยย่อยตามพื้นที่ภาคต่างๆของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย เช่น เกาะฮอกไกโดจะมี Pass ของตัวเกาะฮอกไกโดเอง เรียกว่า JR Hokkaido หรือภาคอื่นๆ เช่น JR East, JR Central, JR West เป็นต้น

 

       นอกจากการแบ่งออกเป็นโซนแต่ละภาคแล้ว แต่ละการแยกประเภทออกตามจำนวนวันและประเภทที่นั่งอีกด้วย  โดยเราสามารถเลือกได้ตั้งแต่ 7 วัน 14 วัน และมากสุดถึง 21 วันติดต่อกันเลยทีเดียว ส่วนที่นั่งนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ Ordinary Class และ Green Class ซึ่งทั้ง 2 แบบแตกต่างกันที่ความสะดวกสบายในการให้บริการ มีบริการน้ำดื่มและผ้าร้อนฟรี

 

ซื้อบัตร JR Pass ใช้อย่างไรจึงจะคุ้ม ? 🎫

 

shinkansen

 

วิธีที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ ด้วยบัตรแบบเหมาจ่ายตามกำหนดกี่วันคือ 7 วัน 14 วัน และ 21 วัน เราสามารถเดินทางด้วยรถไฟ JR และรถไฟ Shinkansen ได้อย่างไม่จำกัดในช่วงเวลาตามที่เรากำหนดวันเมื่อเลือกซื้อ   อย่างเช่น หากเราเดินทางจากกรุงโตเกียวไปเมืองโอซาก้า ด้วยรถไฟ Shinkansen มีค่าใช้จ่ายเที่ยวละประมาณ 13,620 เยน หรือ 4,025 บาท ถ้าเดินทางแบบไปกลับค่ารถไฟก็ 8,000 กว่าบาทเข้าไปแล้ว

ดังนั้นประโยชน์ของเจ้าบัตรนี้ ก็คือ การประหยัดค่าใช้จ่ายและมีความยืดหยุ่น เราสามารถใช้บัตรใบนี้เดินทางไปไหนก็ได้โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเพียงแค่เดินทางให้อยู่ในระยะเวลาที่กำหนดแค่นั้นเอง

 

ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นเรื่องพื้นฐานที่ต้องรู้ก่อนซื้อบัตรเจอาร์ พาส นั่นเอง น่าจะพอเห็นภาพและเข้าใจหลักการใช้บัตรแบบคร่าวๆกันบ้างแล้ว บอกเลยนักท่องเที่ยวคุ้มจริงๆ

 

สรุปง่าย ๆ 🎫

 

JR Pass

 

บัตร JR Pass  คือ บัตรผ่านตลอด มีบัตรนี้เพียงบัตรเดียวก็สามารถที่จะไปเที่ยวทั่วได้ทั่วเกาะญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้  

 

หากใครที่มีความสนใจที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะไปท่องเที่ยวพักผ่อนหรือไปช็อปปิ้งเพื่อจับจ่ายใช้สอย ซื้อของฝากกันและกัน  หากจะให้ดีควรทำความเข้าใจการใช้บัตรเอาไว้เพื่อจะไม่ไปปล่อยไก่ หรือโดนหลอกฟันค่าใช้จ่ายในการเดินทางเป็นเงินจำนวนมาก

 

เลือกซื้อบัตรเจอาร์ พาส ไว้ไม่ต้องสียดาย เพราะมันสามารถเป็นบัตรผ่านตลอด สามารถเที่ยว เที่ยวญี่ปุ่นได้อย่างสนุกแน่นอน คอนเฟิร์ม  หากใครอ่านแล้วยังสงสัยตรงไหนสามารถสอบถามวิธีการใช้บัตรจากเพื่อนๆที่เคยไปประเทศญี่ปุ่นมาแล้วได้  หรือเข้าไปใน https://www.klook.com หรือเข้าไปใน website ต่างๆที่เกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เพื่อทำความเข้าใจวิธีการซื้อและวิธีการใช้

 

หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับท่านที่มีความสนใจที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น  เมื่อเห็นประโชน์ของบัตรเจอาร์ พาส ก็อยากจะให้การรถไฟไทยบ้านเรา ได้นำวิธีการใช้บัตรแบบนี้ไปปรับใช้กับการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยของเรา หากมีแบบนี้ก็จะดีมาก เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวระเทศไทยของเราให้ทันสมัย และเป็นการอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและคนต่างประเทศ ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ซึ่งอันที่จริงประเทศไทยของเรามีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งที่สวยงามเป็นธรรมชาติ และมีสถานที่ช็อปปิ้งเพื่อจับจ่ายซื้อของในหลายแห่งไม่แพ้ประเทศญี่ปุ่นเหมือนกัน

 

ในอนาคตประเทศไทยเราอาจจะมีบัตร Thai pass ผ่านตลอด บัตรเดียวเที่ยวทั่วไทย ใครจะไปรู้! แต่ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน หากเราสนใจและทำความเข้าใจการเดินทางในแต่ละประเทศ รับรองเที่ยวได้สนุกไม่ทุกข์ใจได้ทุกที่ในโลก

0