สิทธิประกันสังคม มนุษย์เงินเดือน

สิทธิประกันสังคม ที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้ (อัพเดต2019)

by


Last updated 2 พฤษภาคม 2562

               สิทธิประกันสังคม ของมนุษย์เงินเดือน ! ที่เราจ่ายกันทุกๆ เดือน พวกเรามีสิทธิได้คืนด้วยนะ 💸 ไม่ว่าจะลาออก ว่างงาน เจ็บป่วย หรือเกษียณอายุก็มีสิทธิที่จะเบิกเงินมาใช้ได้ 🤩 หากใครยังไม่รู้ เรารวมข้อมูลมาให้แล้ว '(อัพเดต2019) 'สิทธิประกันสังคม' ที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้' เดี๋ยวจะอดไม่รู้ตัวน้าาา 👉

 

สิทธิประกันสังคม ที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้ (อัพเดต2019)

 

มนุษย์เงินเดือนรู้หรือยัง !

 

เงินประกันสังคมที่จ่ายไปเดือนละ 750 บาทนั้น ไปตกอยู่ที่ไหบ้าง ? และเมื่อเร็วนี้ ได้มีข่าวออกมาว่า สำนักงานประกันสังคม จะเก็บเงินสมทบรายเดือนกับผู้ประกันตนเพิ่มจาก 750 บาทเป็น 1,000 บาท ! โอวววว เยอะจริงๆ ฉะนั้นแล้ว เหล่าคนทำงานทุกคนควรรู้และควรได้รับสิทธิประโยชน์ เมื่อเวลาเกิดเหตุฉุกเฉินต่างๆ เราก็มีสิทธิที่จะเบิกจ่าย มาใช้ในยามฉุกเฉินได้ด้วยนะ

 

เงินประกันสังคม 750 บาท

 

  • เงินจำนวน 225 บาท ดูแลเรื่องเจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร และเสียชีวิต (ถ้าไม่ใช้สิทธิ เงินส่วนนี้ก็จะหายไป ไม่ได้คืน)
  • เงินจำนวน 75 บาท เป็นการใช้ประกันการว่างงาน ถ้าว่างงานเมื่อไหร่ ให้เอาเงินส่วนนี้มาใช้ในระหว่างที่หางานใหม่ (แต่ถ้าไม่ว่างงานเลย เงินส่วนนี้ก็จะหายไป ไม่ได้คืนเช่นกัน)
  • เงินจำนวน 450 บาท เป็นการเก็บเป็นเงินออม ซึ่งจะได้คืนเมื่ออายุครบ 55 ปี

 

สิทธิประกันสังคม

 

 

กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย 💉

 

เงื่อนไขการใช้สิทธิ์ : ต้องจ่ายสมทบกองทุนประกันสังคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน
 
สิทธิประโยชน์

ในกรณีเจ็บป่วยสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาที่เลือกไว้ได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในกรณีที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอื่นโดยที่ได้สำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อน สามารถเบิกคืนจากสำนักงานประกันสังคม

  • เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลของรัฐ การรักษาทั้งอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย สามารถเข้ารับการรักษาได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ในกรณีเป็นผู้ป่วยนอก เบิกได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น และในกรณีเป็นผู้ป่วยใน เบิกได้ตามที่จ่ายจริง ยกเว้น ค่าห้องและค่าอาหาร เบิกได้ไม่เกินวันละ 700 บาท
  • เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลของเอกชน กรณีผู้ป่วยนอกเบิกค่ารักษาได้ไม่เกิน 1,000 บาท กรณีผู้ป่วยใน ค่ารักษาพยาบาลกรณีไม่ได้รักษาในห้อง ICU เบิกได้ไม่เกินวันละ 2,000 บาท ค่าห้องค่าอาหารไม่เกินวันละ 700 บาท ค่าห้องกรณีรักษาในห้อง ICU เบิกได้ไม่เกินวันละ 4,500 บาท กรณีต้องผ่าตัดใหญ่เบิกได้ไม่เกินครั้งละ 8,000 – 16,000 บาทตามระยะเวลาการผ่าตัด
  • กรณีทันตกรรม การถอนฟัน การอุดฟัน การขูดหินปูนและผ่าฟันคุด สามารเข้ารับบริการ ณ สถานพยาบาลที่ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคม (ตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลได้จาก สำนักงานประกันสังคม สามารถรับค่าบริการทางการแพทย์ได้ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 900 บาทต่อปี กรณีใส่ฟันเทียมจ่ายจริงไม่เกิน 1,300 – 4,400 บาท ภายในระยะเวลา 5 ปี

 

กรณีคลอดบุตร 👼

 

เงื่อนไขการใช้สิทธิ : ต้องจ่ายงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน หรือภายใน 15 เดือนก่อนเดือนคลอดบุตร 


 
สิทธิประโยชน์

  • สามารถเบิกค่าคลอดบุตรได้ 13,000 บาทต่อการคลอดบุตร 1 ครั้ง (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง)
  • ผู้ประกันตนหญิงได้รับเงินสงเคราะห์จากการลาคลอดเหมาจ่ายในอัตราร้อยละ 50 ของเงินเดือนเป็นระยะเวลา 90 วัน (ใช้สิทธิได้เฉพาะบุตรคนที่ 1 และ 2 เท่านั้น)
  • สำหรับการใช้สิทธิบุตรคนที่ 3 จะไม่ได้รับสิทธิเงินสงเคราะห์การหยุดงาน
  • กรณีสามีและภรรยาเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ สามารถเลือกใช้สิทธิได้เพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

 

กรณีทุพพลภาพ 💪

 

(ทุพพลภาพ : การสูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะหรือของร่างกายหรือสูญเสียภาวะปกติของจิตใจ จนทำให้ความสามารถในการทำงานลดลงถึงขนาดไม่อาจประกอบการงานตามปกติได้)

 

เงื่อนไขการใช้สิทธิ : ต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมไม่น้อยกว่า 3 เดือน หรือภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนทุพพลภาพ 
 
สิทธิประโยชน์

 

  • รับเงินทดแทนขาดรายได้ร้อยละ 50 ของค่าจ้างเป็นรายเดือนตลอดชีวิตในกรณีทุพพลภาพร้ายแรง หากไม่ร้ายแรงจะได้รับตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาตามที่ประกาศฯกำหนด
  • ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเมื่อมีมติให้เป็นผู้ทุพพลภาพ
  • หากผู้ทุพพลภาพเสียชีวิต ผู้จัดการศพมีสิทธิได้รับค่าทำศพ 40,000 บาท
  • ได้รับเงินสงเคราะห์เสียชีวิต หากผู้ทุพพลภาพจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 3 ปีแต่ไม่ถึง 10 ปีจะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้าง 2 เดือน แต่หากจ่ายเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปจะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้าง 6 เดือน

-รักษาที่โรงพยาบาลของรัฐ

  • ประเภทผู้ป่วยนอก จ่ายตามจริงเต็มจำนวน
  • ประเภทผู้ป่วยใน จ่ายค่าบริการทางการแพทย์ให้แก่สถานพยาบาลคำนวณตามกลุ่มวินิจฉัยโรค (DRGs)

-รักษาที่โรงพยาบาลของเอกชน

  • ประเภทผู้ป่วยนอก จ่ายตามจริง ไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท
  • ประเภทผู้ป่วยใน จ่ายตามจริง ไม่เกินเดือนละ 4,000 บาท

-ในส่วนของค่ารถและค่าบริการทางการแพท์ย์ จะได้รับการเหมาจ่ายไม่เกินเดือนละ 500 บาท

 

กรณีเสียชีวิต 💥

 

เงื่อนไขการใช้สิทธิ : สาเหตุการเสียชีวิตต้องไม่เกิดจากการทำงาน และจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 1 เดือน หรือภายในระยะเวลา 6 เดือน ก่อนเดือนที่ถึงแก่ความตาย 
 
สิทธิประโยชน์

  • ผู้จัดการศพสามารถขอค่าทำศพได้ 40,000 บาท
  • เงินสงเคราะห์ กองทุนประกันสังคมจะจ่ายให้บุคคลที่มีชื่อระบุอยู่ในหนังสือระบุให้เป็นผู้รับเงินสงเคราะห์กรณีผู้ประกันตนเสียชีวิต หากไม่มีหนังสือระบุไว้ต้องนำมาเฉลี่ยให้ บิดามารดา หรือ สามีหรือภรรยา หรือบุตร ในจำนวนที่เท่ากัน ซึ่งจะได้เงินสงเคราะห์ดังนี้ หากผู้เสียชีวิตจ่ายเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 120 เดือนจะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้าง 2 เดือน หากผู้เสียชีวิตจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ไม่ 120 เดือนขึ้นไป จะได้เงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้าง 6 เดือน
  • ทายาทสามารถขอรับคืนเงินกรณีชราภาพได้ภายใน 2 ปี (ดูรายละเอียดที่กรณีชราภาพ)

 

กรณีสงเคราะห์บุตร 🤱

 

เงื่อนไขการใช้สิทธิ : จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน หรือภายในระยะเวลา 36 เดือน และต้องเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ยกเว้น บุตรบุญธรรมหรือบุตรซึ่งยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น


 
สิทธิประโยชน์

  • ได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเหมาจ่ายเดือนละ 400 บาท/บุตรหนึ่งคนได้รับเงินตั้งแต่บุตรอายุแรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์
  • สามารถขอใช้สิทธิ์ได้ไม่เกิน 3 คน

  

การหมดสิทธิรับเงินกรณีสงเคราะห์บุตร

  • เมื่อบุตรมีอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์
  • บุตรเสียชีวิต
  • ยกบุตรให้เป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่น
  • ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง

 

กรณีชราภาพ 🧙‍♂

 
1. กรณีบำนาญชราภาพ

เงื่อนไขการใช้สิทธิ

  • ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน (ไม่ต้องจ่าย 180 เดือนติดต่อกัน)
  • มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง
  • ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง

สิทธิประโยชน์

  • ถ้าจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือนจะได้รับเงินบำนาญชราภาพเป็นรายเดือน ในอัตราร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
  • ถ้าจ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือนจะได้รับการปรับเพิ่มบำนาญชราภาพอีกร้อยละ 1.5 สำหรับระยะเวลาที่จ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือนทุกๆ 12 เดือนที่จ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือนนั้น

 

2. กรณีบำนาญชราภาพ

เงื่อนไขการใช้สิทธิ

  • จ่ายเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน
  • มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ หรือเป็นผู้ทุพพลภาพ หรือถึงแก่ความตาย
  • ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง

สิทธิประโยชน์

  • ถ้าจ่ายเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบ
  • ถ้าจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนและนายจ้างจ่ายสมทบ พร้อมทั้งผลประโยชน์ตอบแทนที่สำนักงานประกันสังคมประกาศกำหนด
  • กรณีผู้รับเงินบำนาญชราภาพถึงแก่ความตายภายใน 60 เดือนนับตั้งแต่ได้สิทธิบำนาญชราภาพ จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพจำนวน 10 เท่าของเงินบำนาญชราภาพรายเดือนที่ได้รับเดือนสุดท้ายก่อนเสียชีวิต

 

กรณีว่างงาน 📚

 

เงื่อนไขการใช้ สิทธิประกันสังคม

  • จ่ายเงินสมทบมาแล้ว 6 เดือน หรือภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนการว่างงาน
  • มีระยะเวลาว่างงานตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป

 

วิธีขอสิทธิ

  • ลงทะเบียนผู้ว่างงานผ่าน เว็บไซต์ >> กรมการจัดหางาน << ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ลาออกจากงานหรือถูกเลิกจ้าง
  • รายงานตัวเป็นผู้ว่างงานผ่าน เว็บไซต์ >> กรมการจัดหางาน << ไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง
  • เป็นผู้มีความสามารถในการทำงานและพร้อมจะทำงานตามที่สำนักงานจัดหางานของรัฐจัดหาให้
  • ไม่ปฏิเสธที่จะฝึกงาน

 

ผู้ที่ว่างงานที่สามารถขอสิทธิได้ต้องไม่ถูกเลิกจ้าในกรณีต่อไปนี้ 

  • ทุจริตต่อหน้าที่กระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
  • จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
  • ฝ่าฝืนข้อบังคับ หรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายในกรณี ร้ายแรง
  • ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 7 วันทำงานติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุอันควร
  • ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
  • ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษา
  •  ต้องมิใช่ผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ

สิทธิประโยชน์

  • ในกรณีที่ถูกเลิกจ้าง จะได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 180 วันในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย ซึ่งค่าจ้างเฉลี่ยสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท
  • ในกรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างตามระยะเวลา จะได้รับเงินทดแทนระหว่างว่างงานปีละไม่เกิน 90 วันในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างเฉลี่ยซึ่งค่าจ้างเฉลี่ยสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท
  • กรณีที่ว่างงานเพราะถูกเลิกจ้างมากกว่า 1 ครั้งใน 1 ปีจะมีสิทธิได้รับเงินทดแทนทุกครั้งรวมกันไม่เกิน 180 วัน
  • กรณีว่างเงินเพราะลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างมากกว่า 1 ครั้งใน 1 ปีจะมีสิทธิได้รับเงินทดแทนรวมกันไม่เกิน 90 วัน

 

📍สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ >> กองทุนประกันสังคม <<

 

มนุษย์ทำงานมีเงินเดือน ทุกคนมีสิทธิที่จะได้ประโยชน์ในส่วนตรงนี้ เรียกว่าเป็น 'สิทธิผู้ประกันตน' ซึ่งหากใครเกิดในกรณีดังที่กล่าวไว้ ก็เตรียมตัว เตรียมเอกสารให้พร้อม แล้วไปยื่นที่ 'สำนักงานประกันสังคม' ได้เลยนะจ๊ะ

0